top of page
Search

ภาวะหมดไฟ (Burnout) สัญญาณเตือนจากทั้งร่างกายและจิตใจที่บ่งบอกว่าคุณกำลังแบกรับภาระมากเกินไป

 ภาวะหมดไฟ (Burnout)  ไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้าธรรมดา แต่คือสัญญาณเตือนจากทั้งร่างกายและจิตใจที่บ่งบอกว่าคุณกำลังแบกรับภาระมากเกินไป จนพลังงานในตัวร่อยหรอลงทุกที หากไม่ได้รับการดูแลอย่างทันท่วงที ภาวะนี้อาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ และประสิทธิภาพในการทำงานของคุณ


.

ลองมาเช็คลิสต์กันว่า 8 อาการสำคัญเหล่านี้ ตรงกับสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้หรือไม่ เพื่อให้คุณได้รู้ตัวและจัดการกับมันได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป!

.

 8 สัญญาณที่คุณควรจับตาดูเป็นพิเศษ:

  1.  การงานหนักเกินแบกไหว (Overload): คุณรู้สึกว่ามีภารกิจงานกองท่วมตัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่ต้องทำพร้อมกันหลายอย่าง หรือตารางงานที่อัดแน่นจนแทบไม่มีเวลาหายใจ รู้สึกว่าต้องเร่งรีบและแบกรับความกดดันอยู่ตลอดเวลา นั่นอาจเป็นสัญญาณแรกที่ร่างกายกำลังบอกว่า "ไม่ไหวแล้ว"

  2. ขาดอำนาจควบคุมในงาน (Lack of Control): ไม่ว่าจะเป็นงานเล็กน้อยหรือเรื่องสำคัญ คุณกลับไม่มีอำนาจในการตัดสินใจใดๆ เลย ต้องรอการอนุมัติหรือทำตามขั้นตอนที่ซับซ้อนไปหมด ทำให้รู้สึกอึดอัด ไม่เป็นอิสระ และเหมือนเป็นแค่ฟันเฟืองเล็กๆ ที่ไร้ซึ่งอำนาจในการขับเคลื่อนใดๆ

  3. ผลตอบแทนไม่สมเหตุสมผล (Insufficient Reward): คุณทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับงานอย่างเต็มที่ แต่กลับรู้สึกว่าเงินเดือนหรือผลตอบแทนที่ได้รับนั้น ไม่สอดคล้องกับความพยายามและความเหน็ดเหนื่อยที่ลงไป เมื่อเทียบกับปริมาณงานและความรับผิดชอบที่มากขึ้น ความรู้สึกไม่ได้รับการชื่นชมหรือไม่เห็นคุณค่าจากองค์กร อาจทำให้ไฟในการทำงานมอดลง

  4. ค่านิยมองค์กรไม่ตรงใจ (Conflicting Values): คุณเริ่มรู้สึกว่าวัฒนธรรมองค์กร วิธีการทำงาน หรือแม้กระทั่งการปฏิบัติต่อกันภายในองค์กรนั้น ไม่สอดคล้องกับค่านิยมส่วนตัวของคุณ การต้องทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่คุณไม่เห็นด้วย หรือต้องประนีประนอมกับหลักการบางอย่างซ้ำๆ อาจทำให้เกิดความอึดอัดและหมดกำลังใจ

  5.  ความสัมพันธ์ในที่ทำงานไม่ราบรื่น (Unfairness): คุณอาจรู้สึกว่าไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา หรือหัวหน้างานไม่ให้คำแนะนำช่วยเหลือเมื่อคุณต้องการ ความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าที่ไม่เป็นมิตร ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่บั่นทอนกำลังใจ และทำให้การมาทำงานกลายเป็นเรื่องที่ไม่น่าอภิรมย์

  6. ไม่ชัดเจนในบทบาทหน้าที่ (Unclear Responsibilities): คุณสับสนในบทบาทความรับผิดชอบของตัวเอง ไม่แน่ใจว่างานที่ทำอยู่นั้นอยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของใครกันแน่ หรือไม่รู้ว่าอำนาจในการตัดสินใจของคุณมีมากน้อยแค่ไหน ความไม่ชัดเจนนี้ทำให้เกิดความรู้สึกไม่มั่นคง และทำให้คุณไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพ

  7. รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม (Unfairness): คุณอาจรู้สึกว่าการประเมินผลงานไม่เป็นธรรม หรือการพิจารณาผลงานมีอคติ ไม่โปร่งใส การที่รู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับโอกาสที่เท่าเทียม หรือถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมภายในองค์กร สามารถกัดกินความมุ่งมั่นและความเชื่อใจที่คุณมีต่อที่ทำงานได้

  8.  การเปลี่ยนแปลงในองค์กรบ่อยครั้ง (Organizational Change): องค์กรมีการปรับโครงสร้างองค์กรบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนตำแหน่ง เปลี่ยนสายการบังคับบัญชา หรือโยกย้ายหน่วยงาน การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้คุณต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา และอาจรู้สึกว่าไม่มั่นคงกับอนาคตในสายอาชีพของตัวเอง

.


 หากคุณพบว่ามีอาการเหล่านี้ตั้งแต่ 3 ข้อขึ้นไป

นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังเข้าใกล้ภาวะ Burnout แล้วนะคะ

.

อย่ารอช้าที่จะหันกลับมาใส่ใจตัวเองและจัดการกับความเครียดเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับหัวหน้างาน ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงาน หรือพิจารณาปรับสมดุลชีวิตและการทำงานให้ดียิ่งขึ้น เพราะสุขภาพกายและใจของคุณคือสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ

.

---

อย่าปล่อยให้ Burnout บั่นทอนศักยภาพผู้นำในตัวคุณ!

สนใจหลักสูตรพัฒนาทักษะการบริหารจัดการความเครียดและป้องกันภาวะหมดไฟสำหรับผู้นำ?

 ทัก Inbox สอบถามข้อมูลได้เลย

 หรือโทร 095-549-1441

Comments


Commenting on this post isn't available anymore. Contact the site owner for more info.
bottom of page